
COVID-19 กับผลกระทบเศรษฐกิจไทยและโอกาสที่มีของธุรกิจ B2C
หากคุณเข้ามาดูบล็อกนี้ ก็คงเป็นที่แน่นอนแล้วว่าคุณคงทราบสถานการณ์ในประเทศไทยกับวิกฤติการณ์โควิด-19 (COVID-19) เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่ารัฐบาลประกาศกว่า เรายังไม่ได้เข้าระยะที่ 3 ของการระบาด แต่ในแง่ผลกระทบทางเศษฐกิจก็น่าจะชัดเจน โดยเฉพาะผลกระทบการธุรกิจ B2C ที่เป็นธุรกิจขนาดเล็กของท้องถิ่น (Local Business)
ธุรกิจหลัก ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ จริงๆ ก็อาจจะเป็นทุกภาคส่วน แต่ประเภทของธุรกิจที่เห็นผลชัดเจน และเป็นต้นน้ำของการได้รับผลกระทบ คงจะหนีไม่พ้น ธุรกิจการท่องเที่ยว, ธุรกิจค้าปลีก, และ ธุรกิจร้านอาหาร
1.ธุรกิจท่องเที่ยว

สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว น่าจะเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเป็นธุรกิจแรกๆ เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 เริ่มต้นมาจากต่างประเทศ ดังนั้น เมื่อเกิดความตื่นตระหนกในสถานการณ์ COVID-19 ก็อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการในการท่องเที่ยวสู่ประเทศไทยลดลงด้วย
โดยประเทศต้นทาง ที่นิยมเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย หลักๆ มีอยู่ 6 ประเทศ นั่นคือ ญี่ปุ่น, จีน, สิงค์โปร์, ไต้หวัน, ฮ่องกง, และ มาเลเซีย จากข้อมูลข้างต้น จะเป็นได้ว่า ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาใช้จ่ายในประเทศไทย ส่วนมาก เป็นประเทศกลุ่มความเสี่ยงสูงของโควิด-19 ทั้งนั้น นี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยซบเซาลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะ ธุรกิจสายการบิน และ ธุรกิจโรงแรม
การถดถอยลงของธุรกิจท่องเที่ยว ย่อมนำมาซึ่งการลดการเติบโตของธุรกิจปลายน้ำ อย่าง ธุรกิจร้านอาหาร และ ธุรกิจร้านค้าปลีก เช่น ร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องสำอาง และ ร้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพราะเป็นช่องทางการใช้จ่ายของทั้งนักท่องเที่ยว และ ภายในประเทศ
2.ธุรกิจค้าปลีกและค้าขาย

สำหรับธุรกิจค้าปลีก นอกจากกำลังการใช้จ่ายจากต่างชาติจะลดลงแล้ว ภายในประเทศ ประชาชนก็ออกมาใช้จ่ายน้อยลงเช่นกัน จากรายงานของ aCommerce พบว่า กำลังการซื้อสินค้า กลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, ผลิตภัณฑ์เสริมความ, และ ผลิตภัณฑ์เพื่อสัตว์เลี้ยง ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อร้านค้ารายย่อย ได้รับผลกระทบอย่างมาก ย่อมส่งผลกระทบต่อ ผู้ให้บริการพื้นที่เช่นกัน โดยเราสามารถสังเกตได้จาก การลดราคาออกมาตรการช่วยเหลือผู้เช่า โดยการลดค่าเช่าพื้นที่ของบางศูนย์การค้า อย่าง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และ เดอะแพลตตินัม แฟชั่นมอลล์ (ข้อมูลเดือนมีนาคม 2020)
สถานการณ์ดังกล่าว ไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทยเท่านั้น ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้น ได้ปรากฎในวงกว้างภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ เชื่อได้ว่า ผู้บริโภคในภูมิภาคดังกล่าวมีแนวโน้มในการลดใช้บริการศูนย์การค้าลดลง และหันไปบริโภคสินค้าทางช่องทางอื่น
3.ธุรกิจร้านอาหาร

เนื่องจากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นที่ว่า ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทยมีปริมาณลดลง และแนวโน้มที่ประชาชนมีแนวโน้มที่จะออกมาใช้เงินนอกบ้านมาปริมาณลดลง ธุรกิจร้านอาหารที่มีหน้าร้านย่อมได้รับผลกระทบไม่ต่างจากร้านค้าปลีก
ผลกระทบที่เห็นได้ชัด คือการประกาศของธุรกิจร้านอาหารอย่าง ZEN ที่แจ้งว่า จำนวนลูกค้าที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะ เชียงใหม่, พัทยา, และ ภูเก็ต มีปริมาณลดลงไปกว่า 50% ในขณะที่จำนวนลูกค้าในสาขากรุงเทพมหานคร มีจำนวนลดลงอย่างต่ำ 30%“ต่อสาขา” (ข้อมูลเดือนมีนาคม 2020)
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่เกิดขึ้นกับร้านอาหารขนาดใหญ่เท่านั้น หากแต่ร้านอาหารรายย่อยก็อาจจะได้รับผลกระทบมากกว่า เนื่องจากมีการเข้าถึงข้อมูลของร้านอาหารขนาดเล็กได้น้อยลง ในช่วงเวลาที่ความกังวลเรื่อง COVID-19 ยังรุนแรงอยู่ในสังคมไทย